วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

Practice Chapter 1.1-1.13

จากหัวข้อนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเรียงลำดับความสำคัญของเครื่องหมาย
ทำให้ได้รู้ว่าเวลาคำนวณจะเรียงจากซ้ายไปขวา แต่ ... ต้องดูเครื่องหมายก่อน
1. วงเล็บ
2. เลขยกกำลัง
3. คูณหาร
4. บวกลบ
ถ้าในระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
ปล.ในโจทย์สุดท้ายที่มี ... (สามจุด) แล้ว Enter คือการไปพิมพ์ต่อในบรรทัดต่อไปนั่นเอง

----------------------



ดังตัวอย่างนี้ก็คือการแสดงผลข้อมูล
format short - เป็นรูปแบบการแสดงผลปกติ
format long - เป็นรูปแบบการแสดงผลทศนิยม 16 ตำแหน่ง
format short e - เป็นรูปแบบการแสดงผลทศนิยม 5 ตำแหน่งกับค่ายกกำลัง
format long e - เป็นรูปแบบการแสดงผลทศนิยม 5 ตำแหน่งกับค่ายกกำลัง
format short g - เป็นรูปแบบการแสดงผลที่ดีที่สุดเป็นเลขจำนวน 5 หลัก
format long g - เป็นรูปแบบการแสดงผลที่ดีที่สุดเป็นเลขจำนวน 15 หลัก
format bank - เป็นรูปแบบการแสดงผลทศนิยม 2 ตำแหน่ง
format compact - ไม่มีผลต่อค่าที่แสดงผล แต่ทุกบรรทัดจะพิมพ์ติดกันหมดไม่มีแทรกกลางบรรทัด
format loose - ไม่มีผลต่อค่าที่แสดงผล แต่มีบรรทัดแทรกกลางทุกบรรทัด

-----------------------

หัวข้อนี้จะพูดถึงการใช้คำสั่งถอดรากที่สุดหรือ Squre Root
โดยการพิมพ์ว่า sqrt(x) ก็คือการหารากที่สองของ x นั่นเอง

-------------------------

สืบเนื่องจาก Practice Capter 1.3 .. มาในหัวข้อนี้จะมีคำสั่งเพิ่มเติม เช่น
รากที่ n ของ x จะใช้คำสั่ง nthroot(x,n) ,
e ยกกำลัง x จะใช้คำสั่ง exp(x) , 
Absolute ของ x จะใช้คำสั่ง abs(x) . 
logarithm ฐานธรรมชาติหรือที่เรียกว่า log ฐาน e หรือ ln ของ x จะใช้คำสั่ง log(x) , 
logarithm ฐาน 10 ของ x จะใช้คำสั่ง log10(x)

------------------


ในหัวข้อนี้จะพูดถึงคำสั่ง Factorial
Factorial คือการคูณถอยหลังจนไปถึง 1
มีสัญลักษณ์คือ ! 
เช่น 5! = 5x4x3x2x1, 3! = 3x2x1
โดยมีข้อกำหนดว่าการจะหาค่า factorial ได้จำนวนนั้นจะต้องเป็นจำนวนเต็มที่มากกว่าเท่ากับ 0
1! = 1 และ 0! = 1 (0! ไม่เท่ากับศูนย์นะครับ)

โดยใน matlab จะมีวิธีการเขียน factorial ของ x คือ  factorial(x)


----------------------

ในหัวข้อนี้จะพูดถึงคำสั่งเกี่ยวกับฟังก์ชั่นตรีโกณมิติ
เช่น sin(x), cos(x), tan(x)
โดยมีเงื่อนไขการใช้ 2 แบบคือ
1. x เป็นมุมองศา(0-360) เช่น sin(30), cos(60) , tan(90)
2. x เป็นมุมเรเดียน (0 - 2พาย) เช่น sin(pi/6) , cos(pi/4) , tan(pi/2)

-----------------------

ในหัวข้อนี้จะพูดถึงเกี่ยวกับการปัดเศษทศนิยม
round(x) - เป็นการประมาณถ้าทศนิยมน้อยกว่า 5 ปัดลง มากกว่าเท่ากับ 5 ปัดขึ้น
fix(x) - ปัดเศษทศนิยมทิ้ง
ceil(x) - ปัดเศษทศนิยมขึ้น
floor(x) - ปัดเศษทศนิยมลง
rem(x,y) - เป็นการคำนวนว่า x / y แล้วเหลือเศษเท่าไร (หรือเรียกว่าหารเอาเศษ)

-------------------------


ในหัวข้อนี้จะพูดถึงการกำหนดค่าให้กับตัวแปร
ดังตัวอย่างบรรทัดแรกเป็นการกำหนดว่า x มีค่าเท่ากับ 15 และก็แสดงผลให้ดูในบรรทัดที่ 2 ว่า x = 15
บรรทัดที่ 4 เป็นการกำหนดค่า 3*x-12 มีค่าเท่ากับ x
โดย 3*x-12 นี้จะเอาค่า x = 15 ในตอนแรกมาคำนวณ ได้ผลลัพธ์เท่าไร
เอาไปใส่ในตัวแปร x ใหม่ ดังตัวอย่างก็จะได้เป็น
x = 3 * 15 - 15 
x = 33


---------------------------


หัวข้อนี้จะคล้ายกับหัวข้อที่แล้ว คือการกำหนดค่าให้ตัวแปร ละการเอาไปคำนวณต่าง ๆ 
แต่จะเพิ่มอะไรบางอย่างเข่ามา อย่างในตัวอย่าง
a = 12, B = 4; C = (a-B)+40-a/B*10
สิ่งที่จะแสดงผลออกมาก็คือ
a = 12 และ C = 18
อ้าว !! แล้วทำไม a ถึงแสดงผลปกติ แต่ B ถึงไม่แสดงผลล่ะ ?
นั่นก็เพราะว่า เครื่องหมาย ; (Semi-Colon) ด้านหลังนั่นบ่งบอกว่า
มันเป็นตัวยับยั้งการแสดงผล แต่ว่าก็มีการกำหนดค่าให้ตามปกติ

-----------------------


ดังตัวอย่างนี้จะสืบเนื่องจาก 1.9 
อย่างที่บอกไปว่า ; คือการยับยั้งการแสดงผล แต่ก็มีการกำหนดค่าให้ตามปกติ
ดังตัวอย่างนี้
ABB = 72;
ABB = 9;

ถ้าไม่มี ; ตามหลังก็จะเป็น
ABB = 72

ก็จะมีบรรทัดแสดงผลว่า ABB = 72 ซ้ำอีกที ซึ่งถ้าไม่อยากให้มีก็เพียงแค่เติม ; ลงต่อท้ายไปเท่านั้น
จากตัวอย่างนี้ ABB จะมีค่าเท่ากับ 9 เพราะตอนแรกเรากำหนดค่า ABB = 72 ก็จริง
แต่ในบรรทัดถัดมาเราก็กำหนดค่า ABB ใหม่อีกครั้งให้เป็น 9 
เพราะฉะนั้น ABB จะมีค่าเท่ากับ 9 นั่นเอง

และอีกตัวอย่างหนึ่่ง
เป็นการกำหนดค่าให้ x มีค่าเท่ากับ 0.75 แล้วนำไปหา
E จากสูตรตามตัวอย่าง

-----------------------------


จากตัวอย่างนี้จะได้ศึกษาเกี่ยวกับคำสั่ง
clear - ใช้ล้างตัวแปรทั้งหมด
clear a - ใช้ลบล้างตัวแปร a
who - เป็นการบอกว่าตอนนี้เรามีตัวแปรชื่ออะไรบ้าง
whos - เป็นการบอกขนาดของตัวแปร

----------------------------


ตัวอย่างนี้หากดูเผิน ๆ ก็อาจจะเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เฮ้ย ! นี่มันอะไรกัน งงไปหมด
แต่แท้ที่จริงแล้ว ตัวอย่างนี้คือการหาค่า x จากสมการกำลังสอง จากสูตร
 นั่นเอง
ซึ่งสมการกำลังสอง(ดีกรีสอง) ค่า x หรือคำตอบที่ได้จะต้องมี 2 คำตอบ
เพราะฉะนั้นในสูตรถึงได้มีบวกตัวนึง ลบตัวนึงนั่นเอง
นอกนั้นก็เป็นการใช้ความรู้จาก Practice Chapter ก่อน ๆ มาประยุกต์นั่นเองครับ


----------------------


ดังตัวอย่างนี้จะเป็นการเขียนเพื่อคำนวนว่า

 เป็นจริงหรือไม่
.
.
.
ซึ่งจากตัวอย่างด้านบนเราแทน x = pi/5 เข้าไป แล้วทำการเขียนโปรแกรมเพื่อคำนวณ
ผลปรากฎว่าค่าจากด้านซ้าย (LSH) = ค่าจากด้านขวา(RHS) = 0.9045 !!

ถ้าถามว่าทำไมถึงเท่ากัน ...
ก็ตอบให้ว่า เพราะมันเป็นสูตรของเรื่องฟังก์ชั่นตรีโกณมิตินั่นเองครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น