วันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Lab Test Final # Quiz. C

1.    จงสร้างเมทริกและหาคำตอบดังต่อไปนี้
1.1) 5A + 5C
1.2) A(B+C)
1.3) หาค่า Determinant ของ (2A+B+C)

เป็นการสร้าง Matrix ขนาด 3x3 มาจำนวน 3 ตัว
แล้วทำการคำนวณหาค่าต่าง ๆ ตามโจทย์
โดยคำสั่ง det() คือการหา Determininat ของ Matrix ใน Matlab

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


2. จงแก้สมการหาค่า x, y และ z โดยใช้ Cramer's rule

3x - 2y + 5z = 7.5
-4.5x + 2y + 3z = 5.5
5x + y - 2.5z = 4.5



เป็นการสร้าง Matrix ตัวตั้งและผลลัพธ์ขึ้นมา เพื่อทำการคำนวณหาค่า x, y, z จากสมการ
โดยใช้ Kramer's Law.
โดยใช้คำสั่ง \ (BackSlash) โดยจากโจทย์เปรียบได้กับการนำ
Inverse ของ Matrix 'initial' มาคูณกับ Matrix ผลลัพธ์

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

3. จงพล็อตกราฟ โดยแกน x มีค่าตั้งแต่ 10-22 ห่างทีละ 2  แกน y = 950 640 460 340 250 180 140 กราฟเป็นเส้นประสีแดง มีข้อความบนกราฟว่า Light Intensity as a Function of Distance ขนาดตัวหนังสือเท่ากับ 14 เป็นแบบ Arial




เป็นการ Plot กราฟดังตัวอย่างที่มีการกำหนดคุณสมบัติของกราฟ
ทั้ง ขอบเขตแกน X, Y , การใส่ชื่อกราฟ, ปรับลักษณะสีและเส้นกราฟ
ชื่อแกนX, Y โดยใช้คำสั่งต่าง ๆ ดังรูป

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Problem 10.1 - 10.2


กำหนดขอบเขตของ t จากนั้นสร้างสมการ x(t), y,(t) z(t) ขึ้นมา
จากนั้นใช้คำสั่ง plot3() เพื่อวาดกราฟในปริภูมิ 3D ขึ้นมา 


กำหนดขอบเขตของ x, y 
จากนั้นกำหนด Domain เป็น Plane ด้วยคำสั่ง meshgrid
สร้างกราฟที่เป็น Surface ด้วยคำสั่ง surf()

Practice 10.1 - 10.19


เป็นการ Plot Graph 3D ด้วยคำสั่ง plot3()


กำหนด Domain เป็น Plane ด้วยคำสั่ง meshgrid

โดยจะได้ Matrix ขนาด จำนวนสมาชิกของ y หลัก และ จำนวนสมาชิกของ x แถว



กำหนดขอบเขตของ x, y 
จากนั้นกำหนด Domain เป็น Plane ด้วยคำสั่ง meshgrid
จากนั้นก็ใส่สมการที่ต้องการ โดย Z[1,1] ก็จะเอา X ตัวที่ [1,1] และ Y ตัวที่ [1,1] มาคำนวณ



กำหนดช่วงของ x, y 
จากนั้นกำหนด Domain เป็น Plane ด้วยคำสั่ง meshgrid
จากนั้นก็ใส่สมการที่ต้องการ โดยผลลัพธ์ของ Z[1,1] ก็จะเอา X ตัวที่ [1,1] และ Y ตัวที่ [1,1] มาคำนวณ
จากนั้นใช้คำสั่ง mesh() ก็จะได้กราฟออกมา


วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

Problems 9.1 - 9.2



ทั้งสองโจทย์นี้เป็นโจทย์เกี่ยวกับการ Integrate Function ต่าง ๆ ด้วยคำสั่ง 
quad('Function', Initial, Final)

Pratice Chapter 9 Ex 9.1 - 9.5


เป็นการ plot graph ที่เป็น Function และกำหนดช่วงมาให้โดยใช้คำสั่ง
fplot('Function', [ ])


คำสั่ง fzero('Function', number)
เป็นการใช้เพื่อคำนวณจุดตัดแกน x
คือให้ Function = 0 แล้วคำนวณว่าตัดแกน x ที่จุดใดบ้าง
ส่วน number คือเป็นการถามว่าที่จุด x = number นี้ มีจุดใดของกราฟของ Function มาตัดบ้าง
ดังตัวอย่างคือ สมการ xe^(-x) - 0.2 0.7
คือที่จุด x = 0.7 มีกราฟมาตัดแกน x ที่ใกล้ที่สุดรึเปล่า คำตอบก็คือมีตัดแกน x ที่ใกล้ที่สุดคือ 0.2592
พอทำการเปลี่ยน 0.7 เป็น 2.8 จะเห็นได้ว่าคำตอบก็มีค่าใกล้เคียงกับ 2.8 นั่นก็คือ 2.5426

Problems 5.1 - 5.7


เป็นการ plot กราฟ ที่เป็น function โดยใช้คำสั่ง fplot('Function', [ ])


เป็นการนำสมการระยะทาง (s) มาทำการ Differential จะได้เป็นสมการความเร็ว(v) และ 
Differential อีกครั้งจะได้สมการความเร่ง (a)
นำทั้งสามสมการไป Plot กับ เวลา
จะได้กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง s(t),t & v(t),t & a(t),t ดังรูป

Pratice Chapter 5 Ex 5.1 - 5.25



เริ่มจาก กำหนดค่าให้x และ y 
จากนั้น Plot Graph ด้วยคำสั่ง plot(x,y)

เป็นการกำหนดลักษณะของเส้นกราฟเช่น
- คือเส้นตรงเส้นเดียว
-- คือเส้นประ
-. คือเส้นประสลับกับจุด

เป็นการกำหนดสีให้กับเส้นกราฟ 
ดังตัวอย่างคือ g = Green

Problem 4.1 - 4.2




Coding ค่าต่าง ๆ ลงไปทั้ง Temp , Speed คำนวณโดยความเร็วลม = 10 มีอุณหภูมิเท่าไรบ้าง
คำนวณเสร็จสรรพก็ทำการแปลงเป็นจำนวนเต็มโดยการปัดเศษทิ้ง จากนั้นกำหนดค่าแต่ละตัวลงเป็น
ใน Matrix 1 หลัก แล้วทำการใช้คำสั่ง disp() เพื่อแสดงข้อความ และการคำนวณทั้งหมดออกมา



เริ่มโดยการ Coding ลงใน Script File กำหนดค่าของตัวแปรต่าง ๆ สร้างอาเรย์ให้เก็บค่าของทั้งสองตัวแปร จากในใช้คำสั่ง fopen('nameFile.txt', 'w') เพื่อเปิดไฟล์
fprintf() เพื่อแสดงข้อความต่างที่เราจะกำหนดและสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดไฟล์ไหน
จากนั้นตามด้วยคำสั่งปิด fclose()

จากนั้นเมื่อกด Run เราจะได้ไฟล์ .txt มา 2 ไฟล์อยู่ในโฟลเดอร์เดียวกับ Script file
จากนั้นให้เราเปิดไฟล์นั้นด้วยโปรแกรมอะไรก็ได้ที่สามารถอ่านไฟล์ .txt ได้ จะได้ผลลัพธ์ดังรูป


Pratice Chapter 4 Ex 4.1 - 4.18


คำสั่ง who แสดงตัวแปรที่ประกาศไว้ทั้งหมด
คำสั่ง whos แสดงตัวแปรและค่าของตัวแปรพร้อมรายละเอียด ขนาด ชนิดของค่านั้น

ภาพใหญ่จะเป็นการ Coding ใน Script file เมื่อรันจะได้ผลลัพธ์ออกมาแสดงใน Command Window 
ดังภาพในกรอบสีดำ



ภาพบนเป็นการเขียนไว้เพียงขั้นตอนการทำงาน ส่วนภาพล่างเป็นการ Input ค่าเข้าไปตามที่ต้องการใน 
Command Window เพื่อใช้ในการคำนวณตามโค้ดที่เขียนไว้ใน Script file

เมื่อรันโปรแกรมจะมาข้อความตามด้านบนและรอให้เรา Input ค่าเข้าไปตามที่ต้องการ
เมื่อรับค่าครบแล้วก็นำไปคำนวณและ return ออกมา

คำสั่ง disp(x) ใช้แสดงว่า x คืออะไร ซึ่งเป็นได้ทั้ง matrix list String ฯลฯ

วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2558

Problem 3.1 - 3.4


จากโจทย์ข้อนี้เป็นการคำนวณหากระแสไฟฟ้าจากวงจรไฟฟ้าที่มี 4 Mesh 
จาก Kirchoff's Law 

Pratice Chapter 3 Ex 3.1 - 3.15


จากตัวอย่างนี้จะพูดถึงการ +- Matrix 
โดยที่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็น Matrix ที่มีมิติเท่ากันทั้งคู่

จากตัวอย่างนี้จะเป็นการนำค่าคงที่ใด ๆ ไป +- กับ Matrix ได้เลย
ซึ่งจะมีผลทุกตัว

วันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2558

Problem 1.1-1.2 (Chapter 1)

Problem 1.1
1.a & 1.b

2.a & 2.b

3.a & 3.b

4.a & 4.b

-------------------------------------

Practice Chapter 1.1-1.13

จากหัวข้อนี้ได้ศึกษาเกี่ยวกับการเรียงลำดับความสำคัญของเครื่องหมาย
ทำให้ได้รู้ว่าเวลาคำนวณจะเรียงจากซ้ายไปขวา แต่ ... ต้องดูเครื่องหมายก่อน
1. วงเล็บ
2. เลขยกกำลัง
3. คูณหาร
4. บวกลบ
ถ้าในระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
ปล.ในโจทย์สุดท้ายที่มี ... (สามจุด) แล้ว Enter คือการไปพิมพ์ต่อในบรรทัดต่อไปนั่นเอง

----------------------