วันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2558

Pratice Chapter 3 Ex 3.1 - 3.15


จากตัวอย่างนี้จะพูดถึงการ +- Matrix 
โดยที่มีเงื่อนไขว่าจะต้องเป็น Matrix ที่มีมิติเท่ากันทั้งคู่

จากตัวอย่างนี้จะเป็นการนำค่าคงที่ใด ๆ ไป +- กับ Matrix ได้เลย
ซึ่งจะมีผลทุกตัว




จากตัวอย่างนี้จะเป็นการคูณ Matrix โดยที่ ...
ถ้า A, B เป็น Matrix ใด ๆ และ A มีมิติ IxJ , B มีมิติ KxL แล้ว
ผลลัพธ์จากการคูณ Matrix .. Matrix ที่ได้จะต้องมีมิติเป็น I x L เสมอ
และ J จะต้องเท่ากับ K ไม่เช่นนั้นจะคูณไม่ได้



จากตัวอย่างนี้จะเป็นการนำค่าคงที่ใด ๆ คูณเข้าไปใน Matrix 
ซึ่งก็สามารถคูณกระจายได้เลย เช่นเดียวกับการ +-

จากตัวอย่างนี้จะเป็นการหา Inverse ของ Matrix
โดยการใช้คำสั่ง inv(A) โดยที่ A เป็น Matrix ใด ๆ
และ Matrix A คูณกับ Inverse(A) จะได้ Matrix เอกลักษณ์เสมอ


จากตัวอย่างนี้ก็เป็นการคูณ Matrix โดยใช้ Inverse ซึ่งมีวิธีการเขียน 2 แบบคือ
1. เขียนในรูป Matrix ^ -1 เช่น A^-1
2. เขียนในรูป Slash ซึ่งก็มี 2 แบบเช่นกัน คือ
2.1 ) แบบ \ เช่น A\B จะมีค่าเท่ากับ A^-1 * B
2.2 ) แบบ / เช่น D/C จะมีค่าเท่ากับ D * C^-1


ตามปกติแล้วถ้า มิติของ 2 matrix ใด ๆ มีหลักของ matrix แรก และ แถวของ matrix ที่สองไม่เท่ากัน 
จะไม่สามารถคูณกันได้ แต่เราสามารถใช้ .(DOT) เพื่อสามารถคูณตรง ๆ ได้เลยดังตัวอย่างด้านบน

ตัวอย่างนี้ก็เป็นการประยุกต์ใช้ . ในการคำนวณ




จากตัวอย่าง เป็นรูปแบบการใช้คำสั่งต่าง ๆ ดังนี้ mean(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าเฉลี่ยของ A max(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าสูงสุดของ A [d,n]=max(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าสูงสุดและตำแหน่งของ A min(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าน้อยสุดของ A [d,n]=min(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าน้อยสุดและตำแหน่งของ A sum(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าผลรวมของ A sort(A) เป็นคำสั่งที่เรียงค่าจากน้อยไปมากของ A median(A) เป็นคำสั่งที่หาค่ากึ่งกลางของ A std(A) เป็นคำสั่งที่หาค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของ A det(A) เป็นคำสั่งที่หาค่า determinant หรือค่า det ของ A dot(a,b) เป็นคำสั่งที่คำนวณผลคูณของ matrix a & b โดยใช้ Dot Product cross(a,b) เป็นคำสั่งที่คำนวณค่าผลคูณของ matrix a & b โดยใช้ Cross Product inv(A) เป็นคำสั่งที่หาค่า inverse ของ A

จากตัวอย่างจะเป็นการใช้คำสั่งเกี่ยวกับการ random
rand - จะสุ่มค่าระหว่าง 0 ~ 1
rand(x,y) - จะสุ่มค่าระหว่าง 0 ~ 1 โดยมีสมาชิก x แถว y หลัก
rand(A) - จะสุ่มค่าระหว่าง 0 ~ 1 โดยมีสมาชิกเป็น matrix ขนาด AxA
randperm(x) - จะเป็นการสุ่มเลขจำนวนเต็มจำนวน x ตัว


ต่อเนื่องจากตัวอย่างที่แล้ว
randi(x,y,z) - จะเป็นการสุ่มค่าจำนวณเต็มตั้งแต่ 1 ~ x เป็น matrix ที่มีมิติ y*z


randn(x,y) - สุ่มค่า mean - ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน แล้วได้ matrix ที่มีมิติ x*y

จากตัวอย่างเป็นการประยุกต์ใช้คำสั่ง rand(x,y)
และคำสั่ง round ที่ใช้ในการปัดเศษทศนิยม


ตัวอย่างนี้จะเป็นการคำนวณเวกเตอร์ที่มี 3 แนวแรงโดยการแตกแรงเข้าแกน x แกน y 
จากนั้น + กันแยกคิดในแต่ละแกนก็จะได้ แรงในแกน x และแกน y อย่างละ 1 แรง
จากนั้นคำนวณแรงลัพธ์ได้จากทฤษฎีบทพีทากอรัสก็เป็นอันเสร็จพิธี


ตัวอย่างนี้เป็นการหาสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่แรงและมวลต่างกัน
และใช้คำสั่ง . มาประยุกต์ในการคำนวณ เพื่อให้ประหยัดเวลามากขึ้น







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น